เสาร์. ต.ค. 1st, 2022
รวมผลคนแบกทีม

รวมผลคนแบกทีม ปวดไหล่เหมือนบรูโน่!4แข้งดังตัวแบกทีมในระดับสโมสร

รวมผลคนแบกทีม เป็นอีกครั้งที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยให้ทีมมีผลการแข่งขันที่ดีจนเหมือนกับว่าเขาเป็นคนแบกทีมเอาไว้ หลังจากล่าสุดทำคนเดียว 2 ลูก จนช่วยให้ต้นสังกัดชนะ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ 4-1 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะที่ในเกมลีกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์เขาก็เป็นคนยิงลูกจุดโทษช่วยให้ทีมเฉือน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไปแบบฉิวเฉียด 1-0

ตัวเลขที่ยืนยันถึงความเป็น “เดอะ แบก” ระหว่าง บรูโน่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ดีกว่าอะไรทั้งหมดก็คือจนถึงตอนนี้เขามีส่วนร่วมกับการทำประตูของทีมไปแล้วถึง 34 ลูก จากการลงเล่น 35 นัดในทุกรายการ แบ่งเป็นการทำ 21 ประตู กับ 13 แอสซิสต์ ทั้งที่เขาเพิ่งมาอยู่กับทีมในช่วงกลางฤดูกาลก่อนเท่านั้น

รวมผลคนแบกทีม

 

อย่างไรก็ตาม บรูโน่ ไม่ได้เป็นนักเตะคนแรกที่ได้รับการยกย่องจากหลายคนว่าเป็นตัวแบกเพียงหนึ่งเดียวของทีมจนถึงชนิดที่ว่าถ้าขาดคนเหล่านั้นไปแล้วทีมจะมีผลงานเลวร้ายสุดๆ ทันที และวันนี้เราจะมายกตัวอย่างคนที่เด่นๆ สัก 4 คนกัน

 

– จูนินโญ่ เปาลิสต้า : มิดเดิ้ลสโบรห์

เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 1995 จูนินโญ่ ทำให้หลายคนแปลกใจสุดๆ เมื่อเขาเลือกย้ายไปอยู่กับ มิดเดิ้ลสโบรห์ ด้วยค่าตัว 4.75 ล้านปอนด์ ทั้งที่ตอนนั้น

เจ้าหนูวัย 22 ปีแบบเขากำลังเป็นที่จับตามองของหลายทีมดังทั่วทวีปยุโรป หลังจากที่ทำผลงานได้โดดเด่นกับ เซา เปาโล ขณที่ “โบโร่”

เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเท่านั้น

 

การย้ายทีมครั้งนั้นทำให้แฟนบอล มิดเดิ้ลสโบรห์ ดีใจกันมากๆ และมีชื่อเรียกเขาแบบเล่นๆ ว่า “เดอะ ลิตเติ้ล เฟลล่า” ที่แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า

“เจ้าหนูตัวน้อย” ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง หลังจากทำไป 17 ประตูจากการลงเล่น 74 นัดในทุกรายการ โดยเขาเคยพาทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศ

ของทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ในปี 1997 ได้ด้วย

แม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะย้ายไปอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด แต่ จูนินโญ่ ก็กลับมาอยู่กับ มิดเดิ้ลสโบรห์ แบบยืมตัวในปี 1999 ก่อนที่จะหวนซบทีมแบบถาวร

ในปี 2002 ซึ่งเขาก็ยังทำผลงานที่โดดเด่นให้กับทีมได้ ก่อนที่จะได้แชมป์ ลีก คัพ ร่วมกับสโมสรในปี 2004

 

    – แม็ทธิว เลอ ทิสซิเอร์ : เซาธ์แฮมป์ตัน

สำหรับแฟนบอลรุ่นเก่าแล้วนั้น ชื่อนี้คงจะโผล่มาในหัวเป็นลำดับแรกๆ ในใจของหลายคน เพราะว่ากันว่าที่จริงแล้วฝีเท้าระดับ เลอ ทิสซิเอร์

สามารถไปเล่นให้กับทีมชั้นยอดได้ทุกทีม แต่อดีตแข้งวัย 52 ปี ซื่อสัตย์ต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน มากๆ หลังจากที่ทีมอุตส่าห์ปลุกปั้นเขามาตั้งแต่ในระดับอะคาเดมี่

 

แน่นอน เลอ ทิสซิเอร์ ไม่ได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์ใดๆ เลยตลอดช่วงที่เขาอยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่มันก็ทำให้แฟนบอลของทีมยกย่องเขาว่าเป็นเทพ

เจ้าคนหนึ่ง เขาทำประตูในเกม พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 100 ประตู และกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 2 ของทีม โดยในช่วงที่เขายังอยู่กับทีมนั้น

เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่เคยตกชั้นเลย ซึ่งบางคนคิดกันด้วยซ้ำว่าถ้าเกิดไม่มี เลอ ทิสซิเอร์ ล่ะก็ เซาธ์แฮมป์ตัน อาจจะต้องตกชั้นในบางซีซั่นก็ได้

 

– ดีเอโก้ มาราโดน่า : นาโปลี

ในปี 1984 นาโปลี ยอมทุ่มเงิน 6.9 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว มาราโดน่า มาจาก บาร์เซโลน่า โดยนั่นเป็นค่าตัวที่สูงเป็นสถิติโลกในตอนนั้น และตอนที่เขามา

เปิดตัวที่ ซาน เปาโล รังเหย้าของทีมนั้น มันก็มีแฟนบอลมาร่วมเป็นสักขีพยานมากถึง 75,000 คนเลยทีเดียว โดยตอนนั้นเหล่ากองเชียร์ นาโปลี เชื่อว่า

มาราโดน่า นี่แหละคือผู้กอบกู้ของพวกเขา

 

ท้ายที่สุดแล้วความเชื่อนั้นก็เป็นจริง ก่อนหน้าที่ มาราโดน่า จะมาอยู่กับทีมนั้น นาโปลี เคยเป็นเพียงอันดับ 12 จากทั้งหมด 16 ทีมในตารางคะแนน

แถมได้เพียงแชมป์ โคปปา อิตาเลีย เท่านั้น แต่แล้วเขาก็ช่วยให้ทีมได้แชมป์ลีก 2 สมับ, แชมป์ ยูฟ่า คัพ 1 ครั้ง, แชมป์ อิตาเลียน ซูเปอร์คัพ 1 หน และแชมป์

โคปปา อิตาเลีย อีก 1 ครั้ง

 

– มาริโอ ชาร์เดล : เกรมิโอ และ ปอร์โต้

กรณีของ ชาร์เดล ต่างไปจากชาวบ้านชาวช่อง เพราะเขากลายเป็น เดอะ แบก ให้กับ เกรมิโอ ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไปเล่นกับทีมดังกล่าวด้วยสัญญา

ยืมตัว ในตอนที่ย้ายมาจาก วาสโก ดา กาม่า เมื่อปี 1995 โดยตลอดช่วง 2 ปีที่อยู่กับที่นั่น ชาร์เดล ทำได้ถึง 56 ประตู จากการลงเล่น 93 นัดในทุกรายการ

และในจำนวนนั้นเป็นการยิงถึง 42 ประตูจาก 64 นัด ในปี 1995

 

ผลงานของ ชาร์เดล ถึงขั้นช่วยให้ เกรมิโอ ได้แชมป์ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส หรือเทียบเท่ากับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของฝั่งทวีปอเมริกาใต้ ในปี 1995

ด้วย โดยเขายังพา เกรมิโอ ได้แชมป์ เรโคปา ซูดาเมริกาน่า 1 สมัย และแชมป์ คัมเปโอนาโต้ เกาโช่ 2 หนเช่นกัน

ฟอร์มกับ เกรมิโอ ทำให้ เอฟซี ปอร์โต้ ตัดสินใจดึง ชาร์เดล ไปร่วมทัพในปี 1996 ซึ่งเขาก็ยังตามไปเป็นตัวแบกของที่นั่นต่อ เพราะทำได้ถึง 170 ประตู

จากการลงเล่น 175 นัดในทุกรายการ พร้อมกับพาทีมได้แชมป์ลีกสูงสุด 3 สมัย แชมป์ ทาก้า เดอ โปรตูกัล 2 หน และ ซูแปร์คาต้า คันดิโด้ เดอ โอลิเวยร่า

อีก 3 รอบด้วยกัน

 

  • ติดตามข่าวสารกีฬาเพิ่มเติม ufabetparty.com
  • ขอขอบคุณ www.siamsport.co.th

By new